ว่าด้วยความคลั่งPersona 3 & 4

posted on 02 Jun 2011 19:42 by jazzjool in Game
อ๊าก สวัสดีเจ้าค่าทุกคน ในที่สุดเราก็กลับมาอัพบล็อคซักทีหลังจากเงียบหายไปนาน
ที่หายไปนานก็เพราะเปิดเทอมแล้วก็งานเต็มเลยละค่ะ จนไม่ได้แวะมาอัพบล็อค
โอโตเมะเกมส์ก็ไม่ได้เล่นเลยค่ะช่วงนี้ แต่มาเล่นเกมส์RPG+Renai
ซีรี่ย์ที่เป็นที่มีตำนานไม่แพ้Final Fantasy ของค่าย ALTUS ที่ชื่อว่า
Shin Megami Tensei persona 3 portable & Shin Megami tensei persona 4
 
Persona 3
 
Persona 4
 
 
วันวางจำหน่าย
Persona 3 (PS2) :July 13, 2006(Japan) August 14, 2007(North America)
Persona 3 Portable (PSP) :November 1, 2009(Japan)July 6, 2010(North America)
Persona 4 (PS2) :July 10, 2008(Japan)December 9, 2008(North America)
 
 
ไม่รู้ว่าเล่นช้าไปรึป่าวนะคะ ในตอนแรกเราก็ได้ยินความดังของซีรี่ย์เกมส์นี้มานานมาก
เท่าที่ได้ยินในตอนแรก ภาค 3 กับ ภาค 4 จะเป็นที่ฮิตและกล่าวขวัญของแฟนคลับซีรี่ย์นี้ และในด้านผลงานเกมส์ที่ได้รับรางวัลมามากมาย ไม่ว่า ด้านเนื้อเรื่อง ระบบเกมส์และเพลงประกอบ(เพราะมาก >< ส่วนมากออกแนวป๊อบๆและฮิพฮอพ และอื่นๆ  เกมส์ Persona เป็นเกมส์ในตระกูล Shin megami Tensei อีกด้วย
โดยรวมๆมีทั้งหมด 4 ภาคด้วยกัน(ในปัจจุบัน) และภาคต่อไป (ภาค 5) มีแววว่าจะได้ทำให้กับเครื่อง PS3 หรือ เครื่องเกมส์คอนโซลที่มีประสิทธิภาพสูง
 
เข้าเรื่องเลยนะคะ เกมส์ซีรี่ย์ Persona เราได้เล่นไปเพียงแค่ภาคสามกับภาคสี่เท่านั้นเองค่ะ ส่วนภาคหนึ่งกับภาคสองเป็นออกแนวลึกลับๆ น่ากลัว เลยไม่กล้าเล่นค่ะ ^^ (ภาคสามกับภาคสี่ออกแนวสดใสๆวัยรุ๊นวัยรุ่นจ๋า)
 
Persona 3 นั้นเราไม่ได้เล่นแบบPS2ค่ะแต่เล่นในเวอชั่น PSP แทนดังนั้นในเวอชั่น PSP เราจะสามารถเลือกเล่นตัวละครได้สองเพศ ก็คือ เพศชาย เพศหญิง ส่วนชื่อนั้นเราต้องตั้งเองค่ะ (ตามฉบับเกมส์แนวRPG)
 
จากนั้นต่อมาเมื่อลองเล่นแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ ทั้งระบบโซเชี่ยลลิงค์ หรือ ระบบการผูกมิตร ไมตรีกับคนอื่น
จนสามารถไปจีบสาวจีบหนุ่ม แต่ว่าเกมส์นี้ก็ไม่ใช่เกมส์ที่ขายเนื้อหาจีบหนุ่มจีบสาวเป็นหลักดังนั้นฉากจบไม่ได้ร่วมอาศัยกับหนุ่ม-สาวที่ต้องการแน่นอน(แต่สวีทกันระหว่างเกมส์ดำเนิน)
และสิ่งหนึ่งที่ถูกพอร์ทลงมาให้กับ PSP ก็คือตัวเกมส์ที่เป็นVisual Novel แทนที่จะเป็นอิสระแบบในPS2
 
อันนี้ยอมรับค่ะเพราะว่ากราฟฟิกของPSPนั้นไม่ได้มีกราฟฟิกที่สวยงามเท่าPS2 แต่จุดนี้ก็ไม่ได้ทำให้เกมส์น่าเกลียดแต่อย่างใด ถือเป็นความแปลกใหม่ใน RPG ที่มีVisual Novel  (แต่ชอบแบบPS2 มากกว่าแฮะ)
ถึงจะเป็นVisual Novel แต่เราก็สามารถไปตีShadow หรือ เงาที่เป็นปีศาจได้ตามอิสระในหอคอย Tartarus ในเวอชั่น PSP เหมือน PS2 ด้วยค่ะ โดยหอคอยTartarus เป็นสถานให้เราเก็บเลเวลในการต่อสู้บอสแต่ละเดือนในวันพระจันทร์เต็มดวง กับ บอสย่อยในแต่ชั้นที่กำหนด โดยมีถึง 200 กว่าชั้น (เดินให้เหนื่อยไปข้างเลย)
 
 
เรื่องการผสมPersona ธาตุต่างๆ
 
 
ในเกมส์Persona 3 การผสมPersona เป็นสิ่่งที่เราชอบมากเลยค่ะ เพราะPersonaนั้นคือสิ่งที่เป็นการแสดงตัวตนของผู้ใช้และเราต้องใช้Persona ในการต่อสู้ ต้องผสมให้ได้LV ที่สูงและมีความสามารถเก่งพอที่จะปะมือกับบอสต่างๆได้ โดยห้อง Velvet room จะมีหน้าที่ให้เราผสมPersona ใช้ได้และสามารถรับภารกิจได้อีกด้วย
 
เรื่องระบบการต่อสู้
 
 
ระบบเกมส์ของPersona 3 ยังคงความคลาสสิคของภาคต้นๆที่เราจะสามารถใส่คำสั่งโจมตีหรือใช้ไอเทมในแบทเทิลได้ และที่สำคัญจุดเด่นของเกมส์นี้ในด้านต่อสู้ก็คือจุดอ่อนของศัตรูและตัวเรา ถ้าหากเราโจมตีด้วยเวทย์มนต์ในธาตุที่ศัตรูแพ้ทางก็จะสามารถโจมตีซ้ำได้ หรือ More นั้นเอง จุดนี้จึงทำให้ระบบต่อสู้ของเกมส์สนุก
ซึ่งบอสสุดท้ายของเกมส์ขอบอกว่ายากและโหดมากเลยค่ะ TT (กว่าจะล้มได้)
ในเรื่องด้านของเพลงประกอบเกมส์
 
 
ประพันธ์ทำนองเพลงโดยคุณ Shoji Meguro ในแทบทุกเพลง ซึ่งเพลงประกอบนั้นก็ใช่ว่าจะไม่สนุกและไพเราะอย่างใด แต่มันสุดยอดเลยละค่ะ ซึ่งTheme Battle ของเกมส์ทั้งเวอชั่นหญิงและชายเพราะมาก เพลง Burn My dread ซึ่งเป็นเพลงOPของเวอชั่น PS2 ก็เพราะมากๆเลยเช่นกันค่ะ ฟังได้ไม่เบื่อเลยทีเดียว
----------------------------------------------------------------------------------------------------
Persona 4
 
 
 
หลังจากที่ไปรีวิวความคลั่งของPersona 3 Portable มาเรียบร้อยก็มาต่อที่ Persona 4 ค่ะ
สำหรับภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายที่จะทำลงให้กับเครื่อง Playstation 2 และคาดว่าภาค5ก็จะทำลงในแพลตฟอร์มที่ดีกว่านี้   Persona 4 นั้นทำขึ้นวางขายในปี 2008 ซึ่งเป็นการทำงานภาคต่อที่ไวมากเพราะในช่วงนั้นPersona 3กำลังดังเป็นพลุกระจายทำให้ต้องรีบทำ Persona 4เพื่อให้พลุดังมากขึ้นอีก ดังนั้นในจุดหลายด้าน
ของเกมส์เราจะเห็นว่านำของ Persona 3 มาใช้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด
 
และกลับได้รับคำชมจากหลายแห่ง
 
 
ในภาค 4 นี้ปัจจุบันทำลงให้กับเครื่องPS2 เท่านั้นและคาดหวังว่าอาจจะได้พอร์ทลง PSPอีกก็เป็นได้ (T^T)
และข่าวล่าสุดขอภาคนี้ก็คือ ในปี 2011 หรือปีนี้ เดือนตุลาคม Persona 4 Anime ก็จะถูกออกอากาศแล้วค่า(เตรียมรอพระเอกพูดซะที)
 
โดยส่วนตัวเราชอบภาคสี่มากกว่าภาคสามค่ะ ก็เพราะว่า ทั้งคาแร็กเตอร์ของตัวละครหลักๆที่เราสามาถมาร่วมปาร์ตี้ได้ และอุปลักษณะนิสัยที่เป็นตัวตนของตัวเอง ที่ชอบมากๆก็คือใส่แว่นนี่แหละค่า >///< (ชอบสาวแว่นหนุ่มแว่น) ภาคนี้ที่ดูเรียบง่ายกว่าภาคสามที่ใช้ปืนยิงหัวเวลาเรียกPersona 3 ก็เพราะว่ามีเด็กได้เลียนแบบการเอาปือจ่อหัวตัวเองจึงทำให้ภาค 4 ใส่แว่นและขยี้ไพ่เรียกใช้Persona แทน
 
เนื้อเรื่องของเกมส์ก็มีอยู่ว่า
เราได้รับบทเป็นตัวเอกหนุ่ม(ตั้งชื่อเอง)ของเกมส์ที่ดูเงี๊ยบเงียบ ออกแนวหนุ่มเด็กเรียนไปซะหน่อย
ย้ายมาเรียนและอาศัยกับลุงและลูกสาวลุงที่บ้านนอกชื่อว่าอินาบะเพราะพ่อแม่ไปทำงานที่ต่างประเทศ
แต่ไม่ทันไรก็เกิดคดีการตายของคนมากมายและไม่ทราบสาเหตุ โดยที่สาเหตุการตายนั้นผู้กระทำ อยู่ภายใน TV
โดยที่สภาพอากาศในแต่ละวันจะเกี่ยวข้องกับShadow และการบุกดันเจี้ยนอีกด้วย
และเพื่อนๆของเราต่างก็เจอดูดในทีวี ในคดีแต่ละคดีโดยที่เราต้องช่วยเพื่อนของเรา
 
เนื้อเรื่องของย่อไว้แค่นี้นะเจ้าคะเพราะเพิ่งเล่นภาค 4 ^^"
 
ระบบการต่อสู้ของเกมส์ยังคงเดิมกับภาคสาม
 
 
จะเห็นได้ว่าไม่เปลี่ยนแปลงไปจากภาคสามเลย ทั้งระบบการรุบกระทืบShadow การShuffle Time
การโจมตีจุดอ่อนจุดแข็งของศัตรู
และการผสมPersona ที่ห้อง Velvet room ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ผู้ช่วยนั้นเป็นพี่สาวของเอลิซาเบธหรือมาร์กาเร็ตนั้นเอง
 
ในส่วนของภาค 4 จะได้รับความนิยมของเพลงประกอบมากกว่าภาคสาม แต่ในด้านเนื้อเรื่องนั้นภาคสามได้ถูกกล่าวว่ามีเนื้อเรื่องที่ดีกว่า(ดราม่าเยอะกว่าภาค 4)
 
ผู้ประพันธ์เพลงก็คือ Shoji Meguro ซังเหมือนเดิม ^^ ซึ่งเพลงประกอบออกมาทั้งหมดก็ไม่มีผิดหวังเช่นเคย
และนักร้องสาวที่ร้องเพลงประกอบให้กับภาคนี้ก็คือ Shihoko Hirata ซึ่งเพลงฮิตของภาคนี้ก็คือ
Pursuing My True Self ซึ่งเป็นเพลงOPของเกมส์ , Signs Of Love,You Affection,Heaven,Heartbeat Heartbreak และ Backside of The TV (ซึ่งเป็นเพลงที่เราชอบทั้งหมดเลยค่ะ><)
 
 
ในที่สุดก็จบรีวิวความคลั่งของตัวเองซักที ^^: ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
และเราก็ขอแนะนำให้หาเกมส์ทั้งสองภาคนี้มาเล่นนะคะแล้วคุณจะติดใจ
ว่าแล้วก็ไปเล่นภาค 4 ต่อดีกว่า หุๆๆ
 
 
 

edit @ 2 Jun 2011 20:52:42 by JazzJool

Comment

Comment:

Tweet

บังเอิญแว่บผ่านมาค่ะ เราเองก็เป็นแฟนเกมซีรี่ย์นี้เหมือนกันค่ะ confused smile

ภาคสามถ้าบอสใหญ่ยาก แอบใช้ท่าประสาน Amageddon ของลูซิเฟอร์กับซาตานก็ได้นะคะ ทีเดียวตาย sad smile (ท่านี้อัดแล้ว damage ประมาณ 9999)

ส่วนภาคสี่นี่เนื้อเรื่องยกนิ้วให้เลยค่ะ โฮกมาก เราก็รออนิเมออกเหมือนกันค่ะ พระเอกคุงได้นามิไดมาพากษ์ให้ แอบรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่จะพูดได้ ฮา... confused smile (ปกติพระเอกเกมซีรี่ย์นี้มักเป็นใบ้) ดูดีๆ พระเอกคุงภาคสี่เป็นคนรั่วๆ ตลกๆ นะคะ ไม่ค่อยเงียบหรอก confused smile

ภาค 1 กับ 2 แอบดาร์กก็จริง แต่ก็สนุกนะคะ ถ้าว่างก็แนะนำให้ลองเล่นดูค่ะ confused smile

#6 By Hokuto on 2011-08-22 13:37

หายไปเลย คิดถึงนะก๊ะ

#5 By por_kk on 2011-07-22 09:45

โอ้~~เกมนี้มีหลายภาค งั้น!ก็น่าจะสนุกแน่ๆ
แต่มันเป็นเกมRPGนี่ซิ ไม่ใช่แนวเราอ่ะ

อย่างไงก็ขอบคุณสำหรับรีวิวล์ค่ะ ^^

#4 By 鶴-Tsuru on 2011-06-03 21:03

เย้ววว คิดถึงคุณJazzjool (แอบหันไปจุ๊ฟคุณSoy ด้วย ฮ่าๆ)

Persona เราเคยเล่นแต่ภาค 1 ที่พอร์ตลง PSP แค่นั้นก็ชอบมากแล้วค่ะ ชอบเสียงตอนแต่ละคนเรียก เพอร์โซน่าด้วย รู้สึกเท่ห์ดี

เอ๊ะ เคยเล่นอีกภาคด้วยที่ลง PS2 แต่ดูเหมือนจะเล่นไม่จบsad smile

#3 By por_kk on 2011-06-02 23:24

เย้~คุณJazzjoolกลับมาแย้วว cry
งานเยอะมากเลยหรอคะ ยังไงก็อย่าหักโหมนะคะ เดี๋ยวเล่นเกมส์ไม่ได้(เรื่องนั้นเรอะ wink ผัวะ sad smile ) ฮาฮาฮา

เห็นเกมส์นี้เพื่อนก็บอกว่ามันส์ฉุด ๆ เหมือนกันคะ
โดยเฉพาะตัวละครชายเท่ หล่อ อะไรสักอย่างนี้แหละคะ (ฮา)
แต่ว่าพออ่านเนื้อเรื่องที่ได้รีวิวแล้วก็ดูน่าสนุกนะคะ
เดี๋ยวลองไปเล่นมั่งดีกว่าคะ confused smile
ขอบคุณที่รีวิวเกมส์ให้นะคะ
(^3^)/

#2 By DAIZU on 2011-06-02 22:15

เล่นมาแล้วล่ะทั้งสองภาค แต่บอสใหญ่ภาค 3 สู้ด้วยสนุกกว่ากันเยอะ